Tuesday, May 18, 2010

คำแนะนำจากตำรวจออสเตรเลีย

Subject: Fw: กรุณาเปิดดูเพื่อความปลอดภัยของคนที่คุณรัก

ตำรวจชาวออสเตรเลียได้เขียนสิ่งนี้ขึ้นเพื่อผู้หญิงทุกคน  นั่นเป็นเพราะว่าการลักพาตัวครั้งล่าสุดเกิดขึ้นกลางวันแสกๆ ตั้งสติให้ดีก่อนจะทำการอะไรหากคุณกำลังอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ข้อความนี้สำหรับตัวของคุณเองและเพื่อให้คุณได้แบ่งปันให้กับภรรยา ลูก หรือทุกๆ คนที่คุณรู้จัก หลังจากที่คุณได้อ่านคำแนะนำที่สำคัญเหล่านี้ .. คุณอาจต้องการที่จะเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รับรู้ โปรดส่งต่อให้กับคนที่คุณรักและเป็นห่วง

การระมัดระวังล่วงหน้าไม่ต้องแลกกับความสูญเสีย เพราะฉะนั้นปลอดภัยไว้ดีที่สุด

1. เคล็ดลับจากวิชาเทควันโด้
ข้อศอกเป็นส่วนที่แข็งแกร่งที่สุดในร่างกายของมนุษย์  หากคุณอยู่ใกล้คนร้ายในระยะที่จะใช้มันได้....จงใช้มันซะ!

2. เคล็ดลับจากสมุดแนะนำนักท่องเที่ยว
ถ้าคนร้ายต้องการกระเป๋าเงินหรือของมีค่าของคุณ  อย่ายื่นให้กับเขา  จงโยนกระเป๋าเงินของคุณไปให้ไกลจากตัวเอง..
โอกาสที่คนร้ายจะสนใจกระเป๋าเงินของคุณนั้นมีมากกว่าที่จะสนใจคุณ และนั่นจะทำให้เขาต้องไปหยิบกระเป๋าเงินที่อยู่ห่างจากตัวคุณ
ตอนนี้แหละ จงวิ่งไปอีกทิศทางหนึ่งให้เร็วที่สุด ><

3. ถ้าคุณเกิดถูกลากหรือโยนเข้าไปในท้ายรถของคนร้าย สิ่งที่คุณควรทำคือให้ถีบไฟท้ายจนหลุดออก
มา ยื่นแขนของคุณออกมาจากช่อง แล้วเริ่มโบกมืออย่างบ้าคลั่ง คนขับไม่เห็นสิ่งที่คุณทำ แต่คนอื่นจะเห็น  วิธีนี้ได้ช่วยหลายต่อหลายชีวิตมาแล้ว..

4. คุณผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะนั่งอยู่บนรถเฉยๆ หลังจากช้อปปิ้ง เที่ยว กิน หรือ ทำงานเพื่อจะแต่งหน้า
เปิดผ่านหนังสือ เช็คโทรศัพท์ ฯลฯ
ห้ามทำเป็นอันขาด!
คนร้ายจะคอยเฝ้าดูพฤติกรรมของคุณ และสิ่งที่คุณทำเป็นการเปิดโอกาสอันเหมาะสมเพื่อให้เขาเข้ามาทางที่นั่งข้างคนขับ และเอาปืนจ่อหัวคุณเพื่อจะให้คุณขับไปตามทางที่เขาต้องการ
เพราะฉะนั้น....ทันทีที่คุณขึ้นรถ  จงล็อคประตู และรีบออกรถซะ........
แต่ถ้าเกิด.... คนร้ายอยู่บนรถกับคุณ และเอาปืนจ่อขมับคุณไว้
อย่าขับรถออกไปตามที่เขาบอก.......
ย้ำ: อย่าขับรถออกไปตามที่เขาบอก.......
สิ่งที่คุณควรทำคือ เหยียบคันเร่งให้เร็วที่สุด.......  ขับพุ่งใส่กำแพงหรือสิ่งกีดขวางในละแวกนั้น
ถุงลมนิรภัยฝั่งคุณจะช่วยชีวิตคุณไว้ (เช่นเดียวกับฝั่งคนร้ายหากคนร้ายนั่งเบาะหน้า)
(หากคนร้ายนั่งอยู่เบาะหลัง เขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส)
แต่ทันใดที่รถของคุณชน ให้รีบถอนตัวออกมา(จากถุงลมนิรภัย) แล้ววิ่งออกจากรถสุดแรงเกิด
วิธีนี้จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นตรงที่คุณสามารถวิ่งเข้าหากลุ่มคนเพื่อขอความช่วยเหลือได้
หากคุณออกรถไปที่ไกลๆ ตามเส้นทาง/สถานที่ที่คนร้ายบอก จะทำให้คนร้ายตามตัวคุณได้ง่าย เพราะคุณไม่รู้จักสถานที่นั้นดีเท่าเขา

5. ข้อแนะนำสำหรับการเดินไปที่รถของคุณในลาน/โรงจอดรถ
ก.) จงระวัง:
มองไปรอบๆ ตัวของคุณ
มองเข้าไปในรถของคุณ
มองลอดไปบนพื้นฝั่งที่นั่งข้างคนขับ
และเบาะหลัง
ข.) ถ้ารถของคุณมีรถตู้จอดอยู่ข้างๆ
ให้ขึ้นรถทางฝั่งผู้โดยสารข้างคนขับ
คนร้ายจะจู่โจมเหยื่อของมันโดยการฉุด
ขึ้นรถตู้ในขณะที่เหยื่อกำลังจะเปิดประตูขึ้นรถ
เพราะฉะนั้นรถตู้น่าสงสัยเหล่านี้จึงมักที่จะจอดอยู่ฝั่งคนขับ
ค.) ให้มองไปที่รถที่จอดอยู่ข้างๆ คุณทั้งสองข้างของรถ
ถ้าเจอผู้ชายนั่งอยู่คนเดียวในฝั่งที่อยู่ใกล้รถของคุณมากที่สุด
สิ่งที่คุณควรทำคือเดินกลับเข้าไปในห้าง
หรือออฟฟิตเพื่อขอให้ยาม รปภ. หรือตำรวจเดินมากับคุณ
เพื่อส่งคุณขึ้นรถ

ไม่ต้องไปคิดมากกว่าคนอื่นหรือตำรวจจะมองคุณโรคจิตหรือเปล่า
เพราะการระมัดระวังเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในสถานการณ์อันน่าสงสัยนั้น
จงตระหนักอยู่เสมอว่า ปลอดภัยไว้ก่อน...

6. จง ใช้ลิฟต์ตลอดแทนที่จะใช้บันใด
เพราะบันใดเป็นสถานที่ที่แย่ที่สุดที่ผู้หญิงจะอยู่คนเดียว
มันเป็นที่ๆ เพอร์เฟคสำหรับคนร้าย และน่ากลัวเป็นอย่างยิ่งในยามวิกาล

7. ถ้าคนร้ายมีปืน...
แต่คุณไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา จงวิ่ง!!
เพราะโอกาสที่คนร้ายจะยิงถูกคุณมีเพียง 4 ครั้งใน 100 ครั้งเท่านั้น (เป้าวิ่ง)
และเป็นไปได้สูง ว่าจะไม่โดนอวัยวะสำคัญ
วิ่งงงงงงง!! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...การวิ่งซิกแซก

8. จุดอ่อนของผู้หญิงส่วนใหญ่คือ ขี้สงสาร ขี้เห็นใจ จงหยุดซะ
เท็ด บันดี้ เป็นฆาตรกรหน้าตาดีและการศึกษาสูง เขาใช้จุดอ่อนข้อนี้ของผู้หญิงเพื่อลวงมาฆ่าเสมอ
เพราะฉะนั้นจงมีเหตุมีผล ดูสถานการณ์ด้วยความระมัดระวัง
จงช่างสังเกต หากพบข้อสงสัยแม้เพียงข้อเดียว ก็ควรจะลีกเลี่ยงบุคคลนั้นๆ ให้เร็วที่สุด

9. เรื่องที่ควรตระหนักอีกข้อ:
เพิ่งจะมีคนมาเล่าให้ฉันฟังว่า เพื่อนสาวของได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กตอนกลางคืน และเธอก็คาดว่า
เสียงนั่นดังมาจากระเบียงบ้านของเธอ เธอเลือกที่จะโทรแจ้งตำรวจแทนที่จะออกไปดูด้วยตัวเอง นั่น
เป็นเพราะว่าเธอมีลางสังหรณ์ว่านั่นอาจจะเป็นกลลวง และตำรวจก็สั่งกับเธอว่า "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ห้ามเปิดประตูเด็ดขาด"
เธอจึงเล่าให้ตำรวจฟังอีกว่า เสียงนั่นฟังดูเหมือนว่าเด็กนี่ได้คลานมาใกล้หน้าต่างของ และเธอก็เป็นกังวลว่าถ้าหากเด็กคนนี้คลานออกไปถึงถนนก็จะถูกรถชน
ตำรวจจึงสั่งเธอว่า "ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างทางไปบ้านเธอแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ห้ามเปิด
ประตูเด็ดขาดไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรหรือเกิดอะไรขึ้น ตำรวจย้ำถึงสามรอบ"
ตำรวจเล่าให้เธอฟังต่อว่า พวกเขาคิดว่าน่าจะเป็นฆาตรกรที่ใช้วิธีเปิดเทปเสียงเด็กร้องไห้ เพื่อจะหลอก
หล่อให้ผู้หญิงออกจากบ้านมาดู โดยที่ฆาตรกรหวังใช้จุดอ่อนของผู้หญิงคือ ความขี้เห็นใจ ขี้สงสาร นั่นเอง
แต่ทางตำรวจก็ยังจับตัวฆาตรกรกลุ่มนี้ไม่ได้ ก่อนหน้านี้ก็มีการโทรมาแจ้งและได้เล่าเรื่องเดียวกัน คือได้
ยินเสียงเด็กมาจากนอกบ้าน หน้าต่าง หน้าประตู เวลากลางคืน และทุกสายที่โทรมาแจ้งล้วนแต่เป็นผู้
หญิงที่อยู่บ้านคนเดียวทั้งสิ้น

10. ถ้าคุณตื่นขึ้นมากลางดึก และได้ยินเสียงเหมือนว่าก๊อกน้ำถูกเปิดอยู่ หรือท่อน้ำของคุณแตกนอกบ้าน ห้ามออกไปเดินสำรวจเด็ดขาด! เพราะมีคนกลุ่มนึงจะเข้าไปเปิดก๊อกน้ำบ้านคุณให้สุด เพื่อให้คุณได้ยินและออกมานอกบ้าน นั่นคือเวลาที่พวกเขาจะโจมตีคุณ

จงมีสติอยู่ตลอดเวลา, อยู่อย่างระมัดระวัง, ตรวจสอบความปลอดภัย, และอย่าลืมดูแลกันเองระหว่าง
คุณกับเพื่อนบ้านด้วย!




กรุณาส่งอีเมลฉบับนี้..เพื่อเผยแพร่มัน
เพราะ ในอีเมลนี้ …
เรื่องเทปเสียงเด็กร้องไห้ ได้ถูกกล่าวว่ากลุ่มฆาตรกรกลุ่มนี้เป็นที่ต้องการอันดับหนึ่งของตำรวจใน
สหรัฐอเมริกา
ฉันอยากให้คุณส่งมันให้กับคนอื่นๆ ด้วย เพราะมันอาจช่วยชีวิตคนได้อย่างแน่นอน. แสงไฟจากเทียนไข
เล่มหนึ่งจะไม่มีวันมืดลงหากมีเทียนเล่มอื่นๆ มาสานแสงไฟจากเทียนเล่มนั้นต่อ ฉันคิดว่าจะส่งอีเมลนี้ให้
กับผู้หญิงเพียงอย่างเดียว, แต่จริงๆ แล้ว.. ผู้ชายทั้งหลาย... ถ้าคุณรักแม่ของคุณ ภรรยา พี่สาวน้อง
สาว ลูกสาว ฯลฯ
คุณอาจจะอยากส่งมันเหมือนกัน

Friday, May 14, 2010

TheClyde's humor archive: Worms

A biology teacher wished to demonstrate to his students the harmful effects of alcohol on living organisms. For his experiment, he showed them a beaker with pond water in which there was a thriving civilization of worms. When he added some alcohol into the beaker the worms doubled-up and died.

"Now," he said, "what do you learn from this?"
An eager student gave his answer.

"Well the answer is obvious," he said "if you drink alcohol, you'll never have worms."

Wednesday, March 31, 2010

Social wandering: a practical guide (2): web-browser home page

Re: Social wandering: a practical guide (1)

3. จัด web-browser home page ของคุณเอง

แทนที่เราจะต้องคอยไปเช็คข่าวสารและ service ต่างๆ ที่เราจะไปสมัครไว้ การมี personal home page ของตนเองเพื่อรวบรวมข้อมูลต่างๆ จะทำให้สะดวกกว่ากันมาก Web site ที่ให้บริการดังกล่าวจะจัดเตรียม gadget หรือ widget ไว้ให้เราเลือกนำมาลงใน home page

ถ้าคุณมี Google account อยู่แล้ว การใช้ iGoogle (สำหรับ consumer platform) หรือ Start (ใน GoogleApps) สามารถทำได้ทันที สำหรับ iGoogle สามารถเรียก/activate ได้ดังนี้
  1. ไปที่ www.google.com
  2. สังเกตรายการคำสั่งที่ขอบบนของหน้า ถ้าคุณยังไม่เห็นชื่อ account ของตัวเอง, ให้เลือก "Sign in"
  3. สังเกตรายการถัดจากชื่อ account ของตัวเอง, เลือก "iGoogle"
  4. ตั้ง home page ใน web browser ของคุณเอง = "www.google.com/ig"
Google เรียก gadget ที่ใช้กับ iGoogle page ว่า "iGadget"  สำหรับ iGadget ที่แนะนำ -- follow this link.

    Friday, March 26, 2010

    Social wandering: a practical guide (1)

    เริ่มต้นเข้าเครือข่ายสังคมอย่างไรดี?

    1. มี Internet email account อย่างน้อย 2 ที่

    เช่น account ที่ทำงานกับส่วนตัว  แต่จริงๆ ถ้าทำได้ไม่อยากให้นับ account ที่ทำงาน เพราะว่า
    1. ที่ทำงานอาจมีระบบซ้ำซ้อนกับที่เราจะไปสมัครใช้
    2. ที่ทำงานอาจมีนโยบายเข้มงวดในเรื่องการแสดงความคิดเห็นของพนักงานต่อสาธารณะ
    3. เราอาจเปลี่ยนที่ทำงาน
    ที่ให้มี 2 ที่คือ เพื่อจะได้เป็น backup กัน  เช่นเวลามีปัญหาลืมรหัสผ่าน บริการ Internet email มักมีทางเลือกให้ส่งรหัสกุญแจไปให้ email สำรองได้
    Personal email account ที่เป็น free service แนะนำ 3 ค่ายใหญ่คือ Microsoft, Yahoo, Google  เพราะว่าจะสามารถติดตั้งบริการ instant-messaging (IM) ได้ด้วย  แนะนำให้มี Google เป็น account หนึ่งด้วยเพราะมี feature น่าสนใจและได้ใช้อยู่หลายตัว (และที่แน่ๆ คือ iGoogle)  ส่วนอีก account ก็แล้วแต่ความชอบ


    2. Web browser = Mozilla Firefox

    ตอนนี้แนะนำให้ใช้ตัวนี้เลย  เพราะมีระบบ password encryption อยู่ในตัว  ทำให้เราสามารถปล่อยให้ browser save รหัสผ่านของเราเก็บไว้เลยได้ (ไม่ต้องป้อนใหม่ทุกครั้ง) โดยกำหนด master password กันคนอื่นมาแอบดูได้

    Thursday, March 25, 2010

    (email forwarding)

    วันที่ในหลวงเสด็จกลับวังสวนจิตรลดา เรากะพ่อนั่งดูทีวีกัน
    ภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราทอดพระเนตรสายน้ำเจ้าพระยาเบื้องหน้า ข้างพระองค์...มี
    คุณทองแดงสุนัขทรงเลี้ยงที่แสนซื่อสัตย์ ...

    ภาพนั้นเราจะจำไม่ลืม...


    พลันก็มีเสียงพ่อพูดเบาๆ เล่าเรื่องบางเรื่องที่ทำให้เราอยากส่งต่อ......

    พ่อเล่าถึงเรื่องของเพื่อนรักคนหนึ่งที่นั่งคุยกันระหว่างจิบเบียร์ในคืนที่ฝนตกพรำๆ เพื่อนรักของพ่อคนนั้นเล่าว่า...
    วันหนึ่งนั่งรถแท็กซี่ แท็กซี่ก็พูดเรื่องราวต่างๆ มากมายอย่างที่แท็กซี่สมัยนี้ชอบพูดกัน เพื่อนพ่อนั่งฟังอยู่สักพักก็บอกกับคนขับว่า ขอพูดอะไรสักอย่างได้ไหม
    ผมไม่ใช่สีอะไร หรือเสื้อสีอะไรทั้งนั้น แต่แค่สงสัยว่าคนไทยเป็นอะไรกัน..

    ครั้งหนึ่งมีคนกลุ่มหนึ่งไปแย่งอำนาจการปกครองมา
    มีครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่งที่แสนจะธรรมดาหลบหลีกความวุ่นวายขณะนั้น
    ไปใช้ชีวิตเรียบง่ายสมถะ ณ แดนไกล
    อาศัยอยู่ตามอัตภาพในประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่ง
    จากนั้นเมื่อคนกลุ่มที่ได้อำนาจตกลงกันไม่ได้ ก็ตามให้ครอบครัวนั้นกลับมา
    แล้วคนในครอบครัวเล็กๆ ธรรมดานั้นก็ทำงานให้คนไทยมาตลอดทั้งชีวิต อย่างทุ่มเท
    แล้วพอวันเวลาผ่านไป...จู่ๆ ก็มีคนมาไล่คนๆ นั้นที่ทำงานอย่างไม่เคยอยากได้อะไรตอบแทน...
    คุณจะให้เขาไปอยู่ที่ไหน เมื่อเขามีอายุมากขนาดนี้
    ถ้าเป็นผมครบ 60 ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมาตรากตรำทำงานอีก
    ผมเองนี่ก็ใกล้แล้ว นอนอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ดีกว่าหรือ
    คุณจะให้เขาไปอยู่ไหน...
    คนไทยเป็นอะไรกันไปแล้ว...

    ความคิดที่ไม่ซับซ้อนของเพื่อนพ่อ และการเล่าเรื่องที่ฟังง่ายๆ แต่เราว่ามันลึกซึ้งเหลือเกินในความรู้สึก
    เราคิดว่าคงไม่ใช่แค่คนขับแท็กซี่หรอกที่นิ่งอึ้งไป เราก็รู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นอะไรสักอย่างอยู่ในลำคอ
    คุณก็คงเหมือนกัน...ถ้าคุณยังพอมีความทรงจำเกี่ยวกับท่านอยู่บ้าง

    ท่านที่ทรงงานหนักเพื่อคนไทย
    ท่านผู้ทรงไม่เคยใช้ชีวิตอย่างเศรษฐีเหมือนที่หลายคนทำ
    ท่านที่ทรงเป็นพระผู้ให้คนไทยมากว่า 60 ปี
    ท่านผู้ทรงมีพระชนมายุกว่า 80 พรรษา
    คุณอยากได้อะไรจากท่านอีกหรือ
    คุณเคยทำอะไรให้ใครเท่าท่านผู้นี้หรือไม่...

    Monday, March 15, 2010

    ปริศนาพยากรณ์-๑๐-รัชกาล

    1. มหากาฬ
    2. พาลยักษ์
    3. รักมิตร
    4. สนิทธรรม
    5. จำแขนขาด
    6. ราชโจร
    7. ชนร้องทุกข์
    8. ยุคทมิฬ
    9. ถิ่นกาขาว
    10. ชาววิไล

    For ones that support this story
    • http://board.palungjit.com/f16/ปริศนาพยากรณ์-๑๐-รัชกาล-5792.html
    • http://www.oknation.net/blog/print.php?id=305676

    For ones that don't support
    • http://www.reurnthai.com/index.php?topic=1213.10

    Monday, January 4, 2010

    Definition of "Blue Moon"

    Happy new year 2010 and noteworthy that its eve (Dec.31'09) has special rare event "blue moon" with partial lunar eclipse.  In Thai, it is also Buddhist holy day (วันเพ็ญเดือน๒) :)



    Wikipedia: "... blue moon is the "extra" full moon in years that have thirteen full moons. Most years have twelve full moons which occur approximately monthly, but in addition to those twelve full lunar cycles, each solar calendar year contains an excess of roughly eleven days compared to the lunar year. The extra days accumulate, so every two or three years (7 times in the 19-year Metonic cycle), there is an extra full moon. The extra moon is called a "blue moon." Different definitions place the "extra" moon at different times."

    Generally, as in Terre Logsdon; "Blue moon to occur on New Year’s Eve"; Lake County News (Dec.30'09): "To be called a “blue moon,” the moon must be full for the second time in a calendar month, which will occur on Thursday, Dec. 31 – New Year’s Eve – for the first time in almost 20 years.  A blue moon occurs every two and half years, but the last time there was a blue moon on New Year’s Eve was in 1990 – and the next will be in 2028."